| 1. |
ควรเลือกประเภทของยางที่ใช้ ให้เหมาะสมกับชนิดของยานพาหนะ สภาพการใช้งานและสภาพพื้นผิวถนน เช่น ไม่ควรใช้ยางสำหรับรถยนต์นั่ง กับรถกระบะ รถตู้ หรือรถบรรทุก เป็นต้น |
| 2. |
น้ำหนักบรรทุกต่อยางแต่ละเส้นในแต่ละตำแหน่งล้อ ต้องไม่เกินดัชนีการรับน้ำหนักของยาง |
| 3. |
เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่าขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของยาง |
| 4. |
เพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนาน ควรสลับตำแหน่งยางอย่างสม่ำเสมอ |
| 5. |
รถยนต์ที่ติดตั้ง RUN FLAT TIRE ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น |
| 6. |
ห้ามใช้ยาง RUN FLAT กับรถยนต์ทั่วไป เนื่องจากความแตกต่างของสมรรถนะและความปลอดภัย |
| 7. |
ในกรณียางที่ใช้ยางใน หรือยางรอง ต้องใช้ยางใน หรือยางรองที่ระบุขนาดตรงกับยางนอกเท่านั้น |
| 8. |
ยางที่ใช้ยางใน (TUBE TYPE) ต้องใช้ยางในทุกคร้ังและห้ามใช้กับยางที่ไม่ใช้ยางใน (TUBELESS) |
| 9. |
ในกรณียางใหม่ ควรเตรียมความพร้อมของยาง โดยการวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. เป็นระยะทางอย่างน้อย 200 กม. หรือวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. เป็นระยะทางอย่างน้อย 300 กม. ก่อนการใช้งาน |
| 10. |
ในกรณียางล้อคู่ ควรใช้ยางที่มีขนาดและประเภทเดียวกัน และมีความลึกร่องดอกใกล้เคียงกัน |
| 11. |
ห้ามใช้ยางที่สึกหรอจนถึงจุดที่กำหนด (TREADWEAR INDICATOR) |
 |
| การใช้ยางต่างประเภท หรือต่างขนาดในเพลาเดียวกัน จะทำให้สูญเสียสมรรถนะการขับขี่รวมถึงการทรงตัวและการเบรค เนื่องจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันและการแปรสภาพของยางขณะขับขี่ |
 |
| 1. |
ปัญหายางส่วนใหญ่มักเกิดจากการเติมลมยางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลเสียต่อสมรรถนะการขับขี่และอายุการใช้งานของยาง ดังนั้น ควรเติมลมยางให้พอดีกับมาตรฐานที่กำหนด |
| 2. |
เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ได้ค่าความดันลมยางที่ถูกต้อง ควรทำการปรับความดันลมยางในขณะที่ยางยังอยู่ในอุณหภูมิปกติ |
| 3. |
ในกรณีที่ขับทางไกลและวิ่งด้วยความเร็วสูง ควรเพิ่มความดันลมยางให้มากกว่ามาตรฐาน 3-5 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันการเกิดความร้อนสูงอันเนื่องมาจากการบิดตัวของโครงยาง |
| 4. |
ในกรณียางล้อคู่วิ่งด้วยความเร็วปกติ ความแตกต่างของความดันลมยางในล้อคู่เดียวกันไม่ควรเกิน 7 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ไม่ควรเกิน 3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว |
| 5. |
โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษขณะเติมลมยาง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในขณะเติมลม |
| 6. |
ควรหมั่นตรวจวัดความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ |
 |
| 1. |
ก่อนทำการเปลี่ยนยาง แนะนำให้เลือกยางที่เหมาะสม โดยดูจากขนาด อัตราชั้นผ้าใบ ความสามารถในการรับน้ำหนักและความเร็วสูงสุดของยางเดิมที่ประกอบมาจากโรงงานประกอบรถยนต์ |
| 2. |
ตรวจสอบความผิดปกติ หรือความเสียหายของกระทะล้อก่อนทำการประกอบยาง |
| 3. |
หลังจากการประกอบยาง ควรเช็คระยะห่างระหว่างเส้นขอบยางกับกระทะล้อให้มีความสม่ำเสมอตลอดวงล้อ |
| 4. |
ในกรณียางที่ใช้ยางใน (TUBE TYPE) เมื่อเปลี่ยนยางนอกใหม่ควรเปลี่ยนยางในและยางรองใหม่ทุกครั้ง |
| 5. |
ในกรณียางที่ไม่ใช้ยางใน (TUBELESS) เมื่อเปลี่ยนยางใหมควรเปลี่ยนวาล์วใหม่ทุกครั้ง |
| 6. |
ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดก่อนนำไปประกอบ |
| 7. |
ผู้ทำการประกอบยางควรเป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะเท่านั้น |
 |
| เพื่อให้ยางที่ยังไม่ได้นำไปใช้งาน มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ ควรปฏิบัติดังนี้ |
| 1. |
ป้องกันการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ที่อาจทำอันตรายต่อยาง เช่น ตะปู ของมีคม น้ำมัน สารเคมีต่างๆ |
| 2. |
ป้องกันวัตถุแปลกปลอมจากภายนอกหรือน้ำเข้าไปในท้องยาง |
| 3. |
หลีกเลี่ยงการเก็บยางในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง |
| 4. |
เก็บยางให้ห่างจากความร้อนหรือประกายไฟ |
| 5. |
แยกประเภทของยางให้ชัดเจน จัดวางในแนวตั้งและมีแสงสว่างพอเพียง หากวางซ้อนกันให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด |
 |
| 1. |
ต้องใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อให้ตรงกับขนาดของยาง |
| 2. |
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้งานในขณะที่ลมยางอ่อน |
| 3. |
ควรลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ขณะถนนเปียก มีสิ่งกีดขวาง หรือขรุขระ |
| 4. |
ควรหมั่นตรวจสอบสภาพของยางโดยสม่ำเสมอ หากพบความชำรุดเสียหาย ควรทำการซ่อมแซมโดยทันที |
| 5. |
ในกรณียางที่ความชำรุดเสียหาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งาน |
| 6. |
ในกรณีที่จอดรถไว้เป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีการเคลื่อนย้าย อาจเป็นสาเหตุทำให้โครงยางเกิดความเสียหาย ดังนั้น ก่อนการนำไปใช้งาน ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ |
| 7. |
ในกรณียางหล่อดอก ห้ามนำไปใช้ในตำแหน่งล้อหน้า |
| 8. |
ควรตรวจสอบสภาพและความดันลมยางของยางอะไหล่อย่างสม่ำเสมอ |
| 9. |
โปรดศึกษาข้อมูลการใช้ยางและคำเตือนเพิ่มเติมจากฉลาก แผ่นพับ และคู่มือ |
 |