| 1. |
ควรเลือกชนิดและขนาดของกระทะล้อให้เหมาะสมกับมาตนฐานและการใช้งานของยานพาหนะ |
| 2. |
ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินความสามารถสูงสุดในการรับน้ำหนักของกระทะล้อตามที่กำหนด |
| 3. |
เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะเกินกว่าขีดจำกัดความเร็วสูงสุดของยางตามที่กำหนด |
| 4. |
เพื่อให้กระทะล้อมีอายุการใช้งานได้ยาวนาน หมั่นตรวจสอบดูแลกระทะล้อเป็นประจำ รวมไปถึงการตรวจสอบค่าความดันลมยางที่เหมาะสมอยู่เสมอ |
| 5. |
เลือกกระทะล้อที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันหรือสมาคมทดสอบยางยนต์ เช่น JWL, JWL-T และ VIA เป็นต้น |
| 6. |
ควรเลือกขนาดความกว้างของยางที่เหมาะสมกับกระทะล้อวงนั้นๆ |
| 7. |
ควรเลือกค่าออฟเซทของกระทะล้อให้เหมาะสมกับยานพาหนะคันนั้นๆ |
| 8. |
ใช้กระทะล้อที่มีชนิดและขนาดเดียวกันในทุกตำแหน่งเพลาล้อ |
| |
การใช้กระทะล้อต่างประเภทกันในเพลาเดียวกัน หรือต่างเพลากัน จะส่งผลเสียต่อสมรรถนะในการขับขี่อย่างรุนแรง รวมไปถึงการทรงตัวและการเบรค เนื่องจากคุณสมบัติที่แตกต่างกัน |
 |
| กระทะล้ออลูมิเนียมอัลลอยในปัจจุบันมีผู้ผลิตได้ผลิตสินค้าออกมาสู่ตลาดให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพดีเยี่ยมเพียงใดก็ตาม ถ้าผู้ใช้รถไม่ดูแลล้ออย่างถูกต้องแล้ว ก็ทำให้ประสิทธิภาพของล้อไม่เต็มที่และทำให้ล้อเกิดความเสียหายก่อนกำหนด ดังนั้น ล้อรถยนต์จะให้ประโยชน์คุ้มค่าทุกด้านอย่างเต็มที่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้ล้ออย่างถูกต้องเช่นกัน |
| 1. |
ตรวจสอบลมยางและปรับความดันลมยางให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนดเป็นประจำในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และยืดอายุการใช้งานของกระทะล้ออลูมิเนียมอัลลลอยและยางให้มีอายุยาวนาน |
| 2. |
เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่จุ๊ปวาล์ว ควรเปลี่ยนจุ๊ปวาล์วและแกนจุ๊ปวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนกระทะล้ออลูมิเนียมอัลลอยและยางใหม่ และมีฝาปิดวาล์วตลอดเวลา |
| 3. |
ในกรณีการล้างรถ ห้ามใช้สารเคมีที่มีผลกับสีผิวของล้ออัลลอย ควรใช้อุปกรณ์ล้างรถ และน้ำยาชนิดเดียวกันกับที่ล้างตัวรถ |
 |
| เพื่อให้กระทะล้อที่ยังไม่ได้นำไปใช้งาน มีสภาพดีอยู่เสมอและประสิทธิภาพของล้อไม่ลดลง การเก็บรักษากระทะล้อควรปฏิบัติ ดังนี้ |
| 1. |
ป้องกันสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ ที่ทำอันตรายต่อกระทะล้อ |
| 2. |
ป้องกันน้ำเปียกชื้นบริเวณการจัดเก็บกระทะล้อ |
| 3. |
หลีกเลี่ยงการเก็บกระทะล้อในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง |
| 4. |
ป้องกันน้ำมันต่างๆ ที่จะสัมผัสกับกระทะล้อ |
| 5. |
เก็บกระทะล้อให้ห่างจากความร้อนหรือประกายไฟ |
| 6. |
ทำการแยกประเภทของกระทะล้อให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการขนย้าย |
| 7. |
วางกระทะล้อซ้อนกันตามจำนวนที่กำหนด
กล่องบรรจุแบบ 1 วง วางซ้อนกันไม่เกิน 6 กล่อง
กล่องบรรจุแบบ 2 วง วางซ้อนกันไม่เกิน 3 กล่อง |
 |
| 1. |
ตรวจสอบสภาพของกระทะล้อและชิ้นส่วนอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อให้อยู่ในสภาพที่่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน |
| 2. |
ในกรณีกระทะล้อที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว ก่อนทำการประกอบเข้ากับยางควรตรวจสภาพความสมบูรณ์ของกระทะล้อ ทำความสะอาดล้อทั้งภายในและภายนอกล้อด้วยน้ำเปล่าและเช็ดให้แห้ง |
| 3. |
ตรวจสอบหน้าแปลนของกะทะล้อ และหน้าแปลนของดุมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสมบูรณ์ก่อนการประกอบกระทะล้อเข้ากับตัวรถทุกครั้ง |
| 4. |
ใช้สารหล่อลื่นทุกครั้งเมื่อถอด หรือประกอบกระทะล้อกับตัวยางรถยนต์ |
| 5. |
ในการประกอบล้อเข้ากับตัวรถควรใช้แรงบิดในการขันน็อตที่ 9-10 กก.ม. เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อกระทะล้อและตัวน็อตของรถยนต์ |
| 6. |
ควรขันน็อตล้อเข้ากับตัวรถแบบทะแยงมุม เพื่อความสมดุลระหว่างหน้าแปลนล้อกับหน้าแปลนของรถ |
| 7. |
ห้ามใช้แผ่นหนุนกระทะล้อ (Spacers) เพื่อเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดกับกระทะล้อและรถ |
| 8. |
ถ่วงกระทะล้อทุกครั้งที่มีการถอด หรือประกอบกระทะล้อกับยาง และทำการตั้งศูนย์ทุกคร้ังเมื่อนำกระทะล้อที่ประกอบกับยางเรียบร้อยแล้ว มาประกอบเข้ากับตัวรถยนต์ |
| 9. |
ยางและล้อที่ถูกขนาดนั้น เมื่อประกอบเข้ากับตัวรถแล้วจะต้องไม่เกิดการสัมผัสกับชิ้นส่วนใดๆ ในตัวรถ |
| 10. |
ภายหลังการประกอบล้อและยางเข้ากับตัวรถแล้ว ตรวจสอบอีกคร้ังว่ายื่นออกนอกบังโคลนรถหรือไม่ |
| 11. |
ตรวจสอบการรั่วซึมของลมยางหลังการประกอบทุกครั้ง |
| 12. |
กระทะล้ออลูมิเนี่ยมอัลลอยของบริดจสโตนจะต้องใช้กับยางรถยนต์ชนิดยางเรเดียลเส้นลวดเท่านั้น |