|
 |
 |
 |
|
โครงการ “Think Before You Drive” เป็นโครงการรณรงค์เกี่ยว กับความปลอดภัยบนท้องถนนที่ริเริ่มโดย FIA Foundation ร่วม กับ Bridgestone Corporation
และ ชมรมยานยนต์ต่างๆ ทั่วโลก โดยมีจุดมุ่งหมายในการ
ส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย และรณรงค์ให้เกิด
การตระหนักรับรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้อง ถนนทั้งในระดับ
ประเทศและทั่วโลกผ่านทางแนวคิดหลัก 2 ประการ คือ |
 |
มุ่งเน้นการกระทำที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีแต่สามารถเพิ่มความ
ปลอดภัยให้กับชีวิต |
 |
ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตราย
ร้ายแรงหรือถึงแก่ชีวิต |
| |
|
|
 |
|
|
 |
 |
 |
การชนกันด้วยความเร็วเพียง 8 กม./ชม. สามารถทำให้เด็กที่ไม่ใช้ที่นั่งสำหรับเด็กเสียชีวิตได้ |
 |
ไม่นำเด็กนั่งบนตักหรืออุ้มเด็กไว้ขณะเดินทางเพราะ เมื่อเกิดการชนกัน จะไม่สามารถยึดตัวเด็กไว้ได้ |
 |
ไม่วางที่นั่งสำหรับเด็กไว้บริเวณที่นั่งด้านหน้าที่มี
การติดตั้งถุงลมนิรภัย |
|
|
 |
 |
 |
ที่นั่งสำหรับเด็กช่วยรักษาชีวิตได้ |
 |
ใช้ที่นั่งที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของเด็ก |
 |
90% ของการบาดเจ็บหลีกเลี่ยงได้หากใช้ที่นั่ง
สำหรับเด็กอย่างถูกต้องตามคำแนะนำด้วย
ความระมัดระวัง |
|
| |
|
|
 |
|
|
 |
 |
 |
ถ้าไม่ใช้เข็มขัดนิรภัย เมื่อเกิดการชนกันขึ้น จะทำให้ตัวคุณปะทะกับพวงมาลัย แผงหน้าปัด และกระจกหน้ารถได้ |
 |
การไม่ใช้เข็มขัดนิรภัยทำให้นำตัวเองไปสู่ความเสี่ยง
ต่อการบาดเจ็บหรือเสียชิวิตเมื่อเกิดการชนกันขึ้น |
 |
ผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
มีแนวโน้มจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิตเป็น
3 เท่าของผู้โดยสารที่คาดเข็มขัดนิรภัย |
|
|
 |
 |
 |
เข็มขัดนิรภัยช่วยรักษาชีวิตได้ คาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ |
 |
เข็มขัดนิรภัยช่วยให้มีโอกาสรอดจากอุบัติเหตุได้ถึง 60% |
 |
คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทางแม้จะเป็นระยะ ทางสั้นๆ ก็ตาม |
|
| |
|
|
 |
|
|
 |
 |
 |
การบาดเจ็บสาหัสที่กระทบกระเทือนกับคอของ
ผู้ใช้รถเป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมากและบ่อยที่สุด
ในบรรดาการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ |
 |
อาการบาดเจ็บบริเวณลำคอมีความเจ็บปวดมาก
และอาจส่งผลอยู่นานเป็นปีหลังจากประสบอุบัติเหตุ |
 |
แม้แต่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย ปวดศีรษะ วิงเวียน กล้ามเนื้อแข็งตึง ก็อาจมีผลยาวนานนับเดือน |
|
|
 |
 |
 |
เพื่อป้องกันการบาดเจ็บสาหัสที่กระทบกระเทือนกับคอ ทุกครั้งที่ใช้รถควรปรับพนักพิงศีรษะ
ให้เหมาะสม |
 |
การปรับพนักพิงศีรษะ ควรปรับให้ศีรษะด้านหลังชิดกับ พนักพิงมากที่สุดโดยให้ด้านบนของพนักพิง
อยู่ในระดับเดียวกับส่วนบนของศีรษะ หรืออย่างน้อยไม่ ควรต่ำกว่าระดับสายตา |
 |
รถแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นมีระดับของพนักพิงศีรษะ
แตกต่างกัน |
|
| |
|
|
 |
|
|
 |
 |
 |
ยางที่สึกแล้วทำให้ประสิทธิภาพของยางลดลง ใช้ระยะเบรกบนถนนเปียกมากกว่า และเสี่ยงต่อ
การลื่นไถลมากกว่า |
 |
ลมยางอ่อนทำให้การควบคุมรถแย่ลง เพิ่มระยะเบรก และทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น |
 |
ลมยางมากเกินไปทำให้ความสามารถในการเกาะถนน
และประสิทธิภาพในการเบรกลดลง การควบคุม
รถด้อยลง |
|
|
 |
 |
 |
ตรวจเช็คยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ความดันลมยางที่เหมาะสมสามารถดูได้จาก
คู่มือประจำรถ หรือที่ขอบประตูด้านคนขับ |
 |
ตรวจเช็คยางเพื่อหาสัญญาณของการฉีกขาด
หรือความเสียหายที่จะเกิดกับยาง แม้รอยฉีกขาด
เพียงเล็กน้อยก็ควรตรวจเช็คโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ |
 |
ยางทุกเส้นมีจุดชี้วัดการสึกหรอของยาง
โดยจะปรากฏเป็นสันนูนในร่องยางมีความสูง
1.6 ม.ม. เมื่อหน้ายางสึกจนถึงจุดนี้
แสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางแล้ว |
|
| |
|
|
 |
|
 |
 |
 |
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถทำให้
ถึงแก่ชีวิตได้ |
 |
อย่าดื่มแอลกอฮอล์ถ้าจะต้องขับรถ |
 |
อย่าร่วมทางไปกับคนขับรถที่ดื่มแอลกอฮอล์ |
 |
แอลกอฮอล์ทำให้ปฏิกิริยาโต้ตอบลดลง
การกะระยะทางและการควบคุมความเร็วแย่ลง
เกิดการง่วงซึมและสูญเสียสมาธิ |
 |
การดื่มตลอดคืนอาจทำให้เมาค้างไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น |
|
|
 |
 |
การขับรถขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ |
 |
ยาหลายชนิดทำให้เกิดการง่วงซึมหรือมีผลข้างเคียง
อื่นๆ จงอ่านคำแนะนำข้างกล่อง/ขวดทุกครั้ง หรือปรึกษาแพทย์
ก่อนขับรถ |
 |
ผลข้างเคียงด้านอื่นๆ
จากการใช้เป็นยารวมถึงการ
สูญเสียสมาธิ ปฏิกิริยาโต้ตอบช้าลง การกะระยะทาง
และการควบคุมความเร็วแย่ลง |
 |
ยาสลบจากการผ่าตัดมีผลกระทบต่อการขับขี่เช่นกัน |
 |
สารเสพติด
เช่น กัญชา เฮโรอีน ยาอี โคเคน มีผลกระทบร้ายแรงต่อการขับรถ |
|
| |
|
|
 |
|
 |
 |
 |
การคุยโทรศัพท์ขณะขับรถทำให้เป็นอันตรายได้ |
 |
การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถมีผลต่อความสามารถ
ในการกะระยะทาง รักษาช่องทาง และการใช้ ความเร็วที่เหมาะสม |
 |
หากเป็นไปได้
ควรปิดโทรศัพท์ขณะขับรถ |
 |
ควรใช้แฮนด์ฟรีหากจำเป็นต้องรับโทรศัพท์ขณะ
ขับรถ ใช้เวลาคุยให้สั้นที่สุด อย่าทะเลาะถกเถียง
หรือกระชาก ดึง ทึ้ง ควรหยุดรถหากเป็นไปได้ |
 |
อย่าเขียนหรืออ่านข้อความขณะขับรถ |
|
|
 |
 |
การใช้ความเร็วสูงเกินไปเป็นสาเหตุหลักของ
การเกิดอุบัติเหตุชนกัน อย่าใช้ความเร็วสูงกว่า
ที่กฎหมายกำหนด |
 |
ใช้ความเร็วให้เหมาะกับสภาพถนน
การจราจร และสภาพอากาศ |
 |
การขับรถในระยะที่ใกล้กับรถคันหน้ามากๆ
แม้ว่า จะด้วยความเร็วต่ำ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง |
 |
ใช้ความเร็วในระดับที่สามารถหยุดรถได้ในระยะ
ปลอดภัย |
 |
ลดความเร็วเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับคนเดินเท้าโดย เฉพาะเด็กๆ จักรยาน และมอเตอร์ไซต์ |
|
| |
|
|