ยางรถเหนือระดับ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

แต่ละปีเราลงทุน 800 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเพื่อพัฒนาและสร้างสรรค์ยางรถทุกประเภทให้ยิ่งมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของเราที่จะรับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า

แชร์

เทคโนโลยียางไร้ลม “AIR FREE CONCEPTTM” ยางไร้ลมรับน้ำหนักด้วยโครงสร้างพิเศษเฉพาะของซี่ล้อ

“Air Free ConceptTM” เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องเติมลมยางเพื่อรับน้ำหนักด้วยการใช้โครงสร้างพิเศษซึ่งมีลักษณะคล้ายซี่ล้อที่อยู่ด้านในยางตลอดทั้งเส้น เทคโนโลยีนี้ช่วยให้บำรุงรักษายางรถยนต์ได้ง่ายขึ้นและหมดปัญหาเรื่องยางรั่ว

บริดจสโตนให้คำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งมั่นดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่สังคมที่ยั่งยืนด้วยการส่งมอบการเดินทางที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาเทคโนโลยียางขั้นสูง

ซี่ล้อเรซินที่ผลิตจากเทคโนโลยี “Air Free ConceptTM” นั้นเป็นยางที่มีความยืดหยุ่นในการออกแบบและสามารถนำมารีไซเคิลได้ดีกว่ายางรถธรรมดาทั่วไป

“NANO-PROTECTTM” เทคโนโลยีสำหรับควบคุมโครงสร้างโมเลกุล

กลุ่มบริษัทบริดจสโตนสร้างสรรค์วัตถุดิบขึ้นมาและผสานเข้าด้วยกันด้วย “NanoPro-TechTM” เพื่อให้ได้ยางรถที่มีประสิทธิภาพหลากหลาย

เทคโนโลยีการกระจายตัวของซิลิกาเป็นตัวอย่างที่ดีของ NanoPro-TechTM

ซิลิกาจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทั้งในด้านการประหยัดเชื้อเพลิงและการยึดเกาะผิวถนนเปียกของยางรถยนต์ แต่อุปสรรคสำคัญในการปรับปรุงสมรรถนะยางรถยนต์ คือการกระจายตัวของซิลิกา เราจึงเพิ่มการกระจายตัวของอนุภาคซิลิกา และออกแบบโมเลกุลยางให้สามารถยึดเกาะกับอนุภาคซิลิกาในเนื้อยางได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยเทคโนโลยีนี้เราจึงสามารถใช้ประโยชน์จากซิลิกาได้อย่างสูงสุด และประสบความสำเร็จในการปรับปรุงสมรรถนะของยางรถ


RUN-FLAT TIRE TECHNOLOGY (เทคโนโลยียางรันแฟลต) ขับต่อได้อีก 80 กม. หลังยางรถรั่ว

ยางรันแฟลตของกลุ่มบริดจสโตนมอบความสบายใจแก่ผู้ขับขี่ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหรือปะซ่อมทันทีเมื่อยางรั่วเหมือนยางรถธรรมดาทั่วไป และยังสามารถขับขี่ยางรันแฟลตต่อไปได้อย่างปลอดภัยอีก 80 กิโลเมตรที่ความเร็ว 80 กม./ชม. *1

* 1 ระยะทางที่สามารถขับต่อได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขตามมาตรฐานทางเทคนิค ISO หรือการทดสอบยานพาหนะเฉพาะ

1.        หลังพบว่ายางรั่ว คุณยังสามารถขับรถต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องจอดเข้าข้างทางเพื่อเปลี่ยนยาง

2.        สามารถประหยัดวัสดุเนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องมียางอะไหล่ที่แทบจะไม่ได้ใช้

3.        สามารถออกแบบภายในรถยนต์ให้มีความยืดหยุ่นไมากขึ้น ช่วยให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระมากขึ้น


OLOGICTM เทคโนโลยียางรถยุคใหม่เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง

เทคโนโลยียางรถประหยัดเชื้อเพลิงของบริดจสโตนกรุ๊ปมีชื่อเรียกว่า “ologic” ให้ประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงที่เหนือระดับด้วยคุณสมบัติสองประการต่อไปนี้:

  1. เนื่องจากยางรถมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่และแรงดันลมสูงจึงลดการเสียรูปขณะที่สัมผัสกับผิวถนนได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงลดแรงต้านทานการหมุนของล้อลงอีกด้วย
  2. การออกแบบหน้ายางให้แคบลง จึงช่วยลดแรงต้านทานตามหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงสมรรถนะการประหยัดเชื้อเพลิงของยานพาหนะ

นอกจากนี้ ด้วยการปรับสูตรเนื้อยางรวมถึงวัสดุอื่น ๆ ของโครงสร้างยาง และการออกแบบลายดอกยางเพื่อเสริมความแข็งแรงของดอกยาง  ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานการหมุนลดลงได้ถึง 30% และมีประสิทธิภาพในการเบรกบนถนนเปียกเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับยางธรรมดาทั่วไป (*1)

* 1 เปรียบเทียบระหว่างยางที่ใช้เทคโนโลยี ologic (ขนาดยาง: 155 / 70R19, ความดันลมยาง: 320 kPa) กับยางธรรมดาที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักเท่ากัน (ขนาดยาง: 175/65R15, ความดันลมยาง: 210 kPa)


ท่อไฮโดรเจนสำหรับเติมไฮโดรเจนแรงดันสูง

เดินหน้าสู่การทำให้ไฮโดรเจน เชื้อเพลิงสะอาดตัวใหม่เป็นที่นิยม และทำให้สังคมแห่งการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนเกิดขึ้นจริง

บริดจสโตนกรุ๊ปได้พัฒนาท่อเติมไฮโดรเจนที่ยืดหยุ่นได้สำหรับใช้ในการเติมไฮโดรเจนแรงดันสูง โดยใช้เทคโนโลยีของบริษัทสำหรับผลิตท่อแรงดันสูงพิเศษที่ใช้ในระบบฉีดน้ำแรงดันสูง  

ภายในท่อชั้นในเป็นพลาสติกชนิดที่เหมาะสำหรับบรรจุก๊าซไฮโดรเจน ถัดจากชั้นในเป็นลวดเหล็กกล้ากำลังดึงสูงที่พันทบกันถึงหกชั้นสำหรับเป็นชั้นเสริมความแข็งแรงที่สามารถทนทานต่อก๊าซไฮโดรเจนแรงดันสูง นอกจากนี้การเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุและรูปแบบการพันลวดเหล็กกล้ายังทำให้ท่อมีคุณสมบัติทั้งด้านความทนทานต่อแรงดันสูงและความยืดหยุ่นในการนำไปใช้งาน

บริดจสโตนกรุ๊ปจะยังคงให้ความร่วมมือในการพัฒนาสังคมแห่งการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนเป็นหลักอย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของเรา


เทคโนโลยีตรวจจับสภาพยางและผิวถนน

การตรวจจับสภาพยางและผิวถนนเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีในเวลากลางคืน การได้รับข้อมูลสภาพถนนโดยละเอียดจะเป็นประโยชน์มากสำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัย

เทคโนโลยี “CAIS ™ (ระบบตรวจจับข้อมูลพื้นที่สัมผัส * 1)” ของบริดจสโตนกรุ๊ป เป็นเทคโนโลยีสำหรับจำแนกสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ โดยจะแบ่งออกเป็นเจ็ดประเภท ได้แก่ สภาพถนนแห้ง, กึ่งแห้ง, เปียก, มีหิมะที่กำลังละลาย, หิมะตกใหม่ ๆ, หิมะที่ทับถมอัดแน่น และน้ำแข็ง ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ที่ติดอยู่กับยางรถ

* 1 “CAIS” เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริดจสโตนคอร์ปอเรชั่น

บริดจสโตนกรุ๊ปกำลังพัฒนาเทคโนโลยีและระบบตรวจจับโดยการนำยางและเซ็นเซอร์มารวมเข้าด้วยกันไม่ใช่เฉพาะการตรวจจับสภาพถนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตรวจจับข้อมูลยางรถด้วย เช่น ระดับการสึกหรอ เป็นต้น เรายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้