เรื่องยางรถยนต์ที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรู้

ขับรถปลอดภัย ถึงจุดหมายอย่างมีความสุข

กว่าศตวรรษที่ยางรถยนต์ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มจากการนำล้อเหล็กหรือล้อไม้มาใช้บนถนนลูกรัง และด้วยความต้องการของผู้ขับขี่ทั่วโลก ยางรถยนต์ได้ถูกยอมรับและทดแทนในปัจจุบัน เพื่อการขับขี่ที่ดีที่สุดและอายุการใช้งานยางที่ยาวนาน ทุกคนควรใส่ใจความสำคัญของยางมาเป็นอันดับแรก

Tire safety tips for all drivers

รถยนต์ก็เช่นเดียวกันกับสิ่งอื่น การให้ความใส่ใจและการดูแลรักษา เป็นกุญแจสำคัญในการถึงที่หมายอย่างลุล่วง อันดับแรกเราแนะนำให้คุณหมั่นตรวจสอบยางของคุณให้อยู่ในสภาพที่ดี เพราะนี่อาจจะเป็นปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดปัญหาบนท้องถนนได้

เช็กความดันลมยาง

ความดันลมยางที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมาก ยางที่มีความดันลมยางต่ำอาจทำให้คุณควบคุมรถยากขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง และทำให้ยางเสียหายได้ ควรตรวจเช็กความดันลมยางเป็นประจำทุกเดือน หรือก่อนออกเดินทางไกล และเมื่อต้องบรรทุกน้ำหนักมาก สามารถเช็กความดันลมยางที่เหมาะสมด้วยที่วัดความดันลมยาง ตรวจเช็กความดันลมยางมาตรฐานของรถยนต์ได้จากแผ่นป้ายบริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ หรือ จากคู่มือประจำรถ

ควรเช็กค่าความดันลมยางในขณะที่ "ยางยังเย็น" อยู่ ซึ่งหมายความว่าหลังจากเลิกใช้รถมาไม่ต่ำกว่า 3 ชม. หรือวิ่งในระยะทางน้อยกว่า 1.6 กิโลเมตรด้วยความเร็วปานกลาง 

 

ความลึกร่องดอกยาง

ดอกยางจะเกิดการสึกหรอไปตามระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งไม่ควรปล่อยให้ความลึกร่องดอกยางมีขนาดต่ำกว่า 1.6 มม. ปัจจุบันการเช็กความลึกร่องดอกยางเป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่าย คุณสามารถใช้ที่วัดความลึกร่องดอกยางซึ่งจะให้ค่าที่แม่นยำ หรือใช้เหรียญบาทในการวัด หากคุณสามารถมองเห็นส่วนใบหน้าครบทั้งหมด แปลว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนยางชุดใหม่แล้ว

ดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอกัน

ดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอกันเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น การใช้งานหน้ายางเพียงด้านใดด้านหนึ่ง การเติมลมยางที่ไม่เหมาะสม ปัญหาเกี่ยวกับช่วงล่างของรถและศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้นำไปสู่ความผิดปกติของยาง ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญโดยเร็วที่สุด  

รอยแตกที่แก้มยาง

แก้มยางที่มีรอยแตกลายงา รอยแยก รอยบาดหรือรอยขีดข่วน อาจะเกิดได้จากการวิ่งบนถนนที่เป็นหลุม บ่อ ใช้ความดันลมยางที่ต่ำเกินไป บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หรือการเสียดสีกับขอบถนน มีโอกาสส่งผลไปยังตัวยางที่ได้รับความร้อนหรือโอโซนมากเกินไป อาจเกิดการแตกหรือระเบิดได้ แนะนำให้รับการตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญ     

 

ยางปูด บวม

หากตรวจพบยางปูด บวม ให้รีบเปลี่ยนยางโดยเร็วที่สุด ซึ่งรอยนูนเหล่านี้เป็นสัญญาณของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายในโครงสร้างยางและนำไปสู่ความเสียของยางทั้งเส้น

เสียงหอน

การสั่นสะเทือนของยางจนเกิดเสียงหอนอาจเกิดจากความผิดปกติในกลไกของยาง เช่น การตั้งศูนย์หรือขอบล้อบิดงอ ซึ่งอาจส่งผลให้ยางเสียหายได้เช่นกัน หากคุณรู้สึกว่ามีการสั่นสะเทือนหรือได้ยินเสียงผิดปกติ ควรทำการตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญและเปลี่ยนยางตามคำแนะนำ

ตอนนี้คุณได้ให้ความสำคัญกับยางของคุณมากขึ้นและนำรถของคุณไปศูนย์บริการเพื่อทำการปรับแต่งยาง มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้การขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น

ค่อย ๆ ขับขี่

ข้อเสียอย่างหนึ่ง ของการขับรถบนขอบถนนหรือถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ คือศูนย์ล้อรถจะเสียหาย เป็นสาเหตุให้ยางเกิดการสึกไม่สม่ำเสมอและเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ต้องให้ช่างตรวจเช็กศูนย์ล้อเพื่อให้แน่ใจว่าศูนย์ล้อของรถคุณอยู่ในค่าที่ถูกต้องและเหมาะสม

สลับยางเป็นประจำ

เพื่อให้แน่ใจว่ายางทั้ง 4 เส้นของคุณ มีการสึกสม่ำเสมอกัน ให้ทำการสลับยางตามคำแนะนำในคู่มือประจำรถ หรือทุก ๆ  10,000 กิโลเมตร

ยางอะไหล่

อย่าขับรถออกจากบ้านโดยไม่มีสิ่งนี้ หากคุณไม่ได้ติดตั้งยางแบบรันแฟลต (เหมือนยาง Bridgestone Run-Flat แบบใหม่) การที่ไม่มียางอะไหล่อาจทำให้คุณต้องปวดหัว เมื่อประสบปัญหาเกี่ยวกับยาง สิ่งสำคัญคือต้องดูแลรักษายางอะไหล่เหมือนกันกับยางอื่น ๆ ตรวจเช็กความดันลมยางทุกเดือน และตรวจสอบให้แน่ใจว่ายางอะไหล่อยุ่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะยางอะไหล่ที่ไม่ได้รับการดูแล ก็ไม่ต่างกับไม่มียางอะไหล่

 

ยางคือรากฐานสำคัญของรถยนต์ของคุณ ดูแลรักษายางของคุณให้อยู่สภาพดีและพร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถพาคุณไปสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

 

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูแลยางของคุณหรือไม่ คลิกที่นี่ สำหรับเคล็ดลับที่มีประโยชน์และน่าสนใจ!