ไฟเตือน TPMS ติดสว่างขึ้น หมายความว่าอะไร และต้องทำอะไรบ้าง

Bridgestone Tire Clinic | ความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ใช้รถยนต์

จุดประสงค์ของระบบตรวจสอบความดันลมยาง (TPMS) คือเพื่อแจ้งเตือนคุณเมื่อความดันลมยางต่ำกว่ากำหนด และอาจทำให้เกิดสภาพการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย หากมีไฟแจ้งเตือนขึ้น ณ ตอนนั้นรถของคุณอาจจะลมยางอ่อนก็เป็นได้ ซึ่งนั่นอาจทำให้ยางสึกหรอจนถึงขั้นยางแตกได้ ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจถึงความสำคัญของลมยางที่เหมาะสม และระบบ TPMS ว่าช่วยดูแลรักษายางรถของคุณได้อย่างไร

การรักษาระดับความดันลมยางให้เหมาะสมคือสิ่งจำเป็นต่อการขับขี่ รวมถึงสมรรถนะของยางโดยรวมและความสามารถในการบรรทุก การเติมลมยางอย่างเหมาะสมจะช่วยลดการเคลื่อนที่ของดอกยาง ลดแรงต้านทานการหมุนของล้อยาง และรีดน้ำได้ดีขึ้น โดยการลดการเคลื่อนไหวของดอกยางจะช่วยให้ ยางรถยนต์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ส่วนการลดแรงต้านทานการหมุนของล้อยางจะช่วยทุ่นแรงในการหมุนล้อที่รับน้ำหนักอยู่ ทำให้ประหยัดน้ำมันรถมากยิ่งขึ้น ส่วนการรีดน้ำได้ดีขึ้นนั้น จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์รถเหินน้ำได้

ลมยางที่อ่อนหรือแข็งเกินไปอาจเป็นสาเหตุให้ยางสึกหรอก่อนเวลาอันควร และมีความเสี่ยงที่ยางจะแตกได้ ลมยางที่แข็งเกินไปอาจส่งผลให้ความสามารถในการยึดเกาะถนนลดลง ยางสึกหรอไว และไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกจากถนนได้ สำหรับยางที่มีลมมากเกินไป ก็ทำให้เกิดการสึกผิดปกติบริเวณหน้ายาง เราสามารถสังเกตได้จากดอกยางตรงกลางที่สึกหรอ ส่วนลมยางที่น้อยเกินไปจะมีการตอบสนองช้า กินน้ำมัน มีความร้อนสะสมมากเกินไป และยางก็จะรับน้ำหนักมากเกินไป ลมยางที่อ่อนไปก็จะเกิดการผิดปกติบริเวณไหล่ยาง สามารถสังเกตได้จากไหล่ยางสองข้างที่สึกหรอก่อนเวลาอันควร

ไฟแจ้งเตือน TPMS จะช่วยเตือนเมื่อรถของคุณมีความดันลมยางต่ำเกินไป โดย TPMS มีรูปแบบการส่องสว่างหลากหลายแบบ ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน โดยเราจะมาดูกันว่ามีความหมายถึงอะไรบ้าง

หากคุณคือคนที่เพิ่งจะเรียนรู้เกี่ยวกับเซนเซอร์ความดันลมยางเป็นครั้งแรก การหาสัญลักษณ์ TPMS บนแผงหน้าปัดรถยนต์เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ซึ่งจะมีหน้าตาเป็นไฟรูปเกือกม้าที่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ตรงกลางนั่นเอง 

TPMS light

ไฟเตือน TPMS สื่อความหมายถึงอะไร

เมื่อไฟแจ้งเตือน TPMS ติดสว่างขึ้น สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำคือตรวจสอบความดันลมยางรถยนต์ด้วยตัวเองโดยใช้มาตรวัด และเติมลมยางจนกว่าจะถึงค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้ โปรดจำไว้ว่า ระบบ TPMS ไม่ได้เข้ามามีบทบาทแทนการดูแลบำรุงรักษาที่ต้องทำอยู่แล้วเป็นประจำ เพียงแต่เป็นตัวช่วยที่คอยแจ้งเตือนเมื่อความดันลมยางต่ำกว่ากำหนดเท่านั้น โดยบางครั้งความดันลมยางก็อาจจะต่ำกว่ากำหนดมาสักพักแล้วก่อนที่ระบบ TPMS จะแจ้งเตือนเสียอีก ซึ่งไฟ TPMS จะสว่างขึ้นเมื่อความดันลมยางต่ำหรือสูงเกินไป 

เมื่อไฟ TPMS สว่างขึ้นระหว่างที่กำลังขับรถ 

เมื่อไฟแจ้งเตือน TPMS ติดสว่างขึ้น และค้างอยู่อย่างนั้น ณ ตอนนั้นน่าจะมียางที่มีความดันลมยางต่ำกว่ากำหนดอย่างน้อยหนึ่งเส้น ดังนั้นคุณควรตรวจสอบความดันลมยางของยางทั้งหมดด้วยมาตรวัด และหาสาเหตุที่ทำให้ลมยางอ่อนลง คุณอาจจะเติมลมหรือหาร้านซ่อมบำรุงยาง ตามแต่สถานการณ์ 

ไฟ TPMS ติดสว่างขึ้นแล้วก็ดับ 

เมื่อยางใกล้ถึงระดับขีดจำกัดที่ระบบ TPMS จะแจ้งเตือน อุณหภูมิที่ผันผวนอาจทำให้ไฟ TPMS ของคุณติด ๆ ดับ ๆ ซึ่งโดยทั่วไปกรณีนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อความดันลมยางลดลงในชั่วข้ามคืนเนื่องจากอุณหภูมิโดยรอบรถยนต์ลดลง จึงทำให้ไฟติดสว่างขึ้นมา ไฟอาจจะดับลงในช่วงเวลากลางวัน เนื่องจากอุณหภูมิรอบ ๆ ที่สูงขึ้นหรือเกิดจากความร้อนที่มาจากการขับขี่รถยนต์ ดังนั้นคุณควรใช้มาตรวัดเพื่อตรวจสอบความดันลมยาง และเติมลมเข้าไปในยางที่มีความดันลมยางอ่อน 

ไฟ TPMS กระพริบและค้าง 

หากไฟกระพริบเป็นเวลา 60-90 วินาทีทุก ๆ ครั้งที่คุณสตาร์ทรถ แล้วยังคงสว่างอยู่ นั่นแสดงว่า ระบบ TPMS ของคุณทำงานไม่ถูกต้อง ทางที่ดีคุณควรนำรถยนต์ไปที่ศูนย์บริการยานยนต์เพื่อตรวจสอบ ระหว่างที่รอการซ่อมระบบ TPMS นี้ ให้ตรวจสอบความดันลมยางทั้งหมดด้วยมาตรวัดและเติมลมยางหากจำเป็น ตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้

สามารถใช้ระบบ TPMS แทนการตรวจวัดลมยางแบบเดิมได้หรือไม่

คำตอบคือ ไม่ได้! เพราะว่าระบบไฟ TPMS มีเพื่อแจ้งเตือนเท่านั้น ส่วนการจะทำอย่างไรต่อไปนั้น ก็อยู่ที่ตัวผู้ขับขี่เองล้วน ๆ กล่าวคือระบบ TPMS ไม่สามารถทดแทนการตรวจเช็กลมยางแบบปกติได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดดังต่อไปนี้

·    ไฟแจ้งเตือนของระบบ TPMS อาจถูกตั้งค่าให้ติดสว่าง ด้วยค่าที่ต่ำกว่าความดันลมยางที่จำเป็นสำหรับรับน้ำหนักบรรทุก

·    บางครั้งเซนเซอร์ก็อาจส่งข้อมูลความดันลมยางที่ไม่แม่นยำไปยังคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดก็เป็นได้

·    ระบบไม่อาจระบุได้อย่างแม่นยำว่า ความดันลมยางต่ำเกินไปหรือไม่ หากยางเส้นอื่น ๆ สูญเสียความดันลมยางในอัตราเดียวกัน

 

TPMS overview

แม้จะมีระบบ TPMS แล้ว แต่การตรวจสอบด้วยตัวเองโดยใช้มาตรวัดก็มีความสำคัญต่อการดูแลยางรถยนต์และรถของคุณด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยของคุณเองและผู้โดยสาร ดังนั้นคุณควรตรวจสอบความดันลมยางเดือนละครั้งและก่อนเดินทางไกล หรือเมื่อรถยนต์จะต้องบรรทุกน้ำหนักมากกว่าตามปกติ