ไขข้อสงสัย ยางรถยนต์แต่ละประเภท ควรเติมลมเท่าไหร่ถึงจะดี ?
ความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ใช้รถยนต์
การเติมลมยางรถยนต์ เป็นเรื่องที่มาคู่กับการใช้งานรถในแต่ละวัน เพราะเมื่อขับขี่ไปได้ระยะหนึ่ง แรงดันลมยางจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ การรั่วซึมและอุณหภูมิ หากปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไป หรือเติมลมยางมากเกินไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ ทั้งยังเร่งให้ยางสึกเร็ว เพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน และส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่มากกว่าที่คิด
ดังนั้น ในบทความนี้ BRIDGESTONE จะพาคนรักรถมาดูกันว่า ยางรถยนต์ควรเติมลมเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสมกับรถยนต์ที่ใช้งานอยู่ พร้อมแนะนำวิธีเติมลมยางให้ถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานของยาง เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และเสริมความปลอดภัยในทุกเส้นทาง
รถแต่ละประเภทควรเติมลมยางเท่าไหร่ ? เช็กค่า PSI ที่เหมาะสม
ยางรถยนต์ เป็นส่วนสำคัญที่คอยรับน้ำหนักรถ และลดแรงกระแทกการสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ดังนั้น การเติมลมยางให้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสึกหรอหรือความเสียหายที่เกิดจากแรงดันลมไม่เหมาะสม โดยปกติแล้วควรเติมลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากสติกเกอร์บริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ หรือจากคู่มือประจำรถ ทั้งนี้ ค่ามาตรฐานจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์

แนะนำยางรถยนต์ BRIDGESTONE ตอบโจทย์รถทุกประเภท
นอกจากเรื่องแรงดันลมยางแล้ว การเลือกใช้ยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับประเภทรถ และสไตล์การขับขี่ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น โดย BRIDGESTONE ขอแนะนำรุ่นยางยอดนิยมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ดังนี้
● ECOPIA Series (เน้นประหยัดน้ำมัน และยึดเกาะถนนเยี่ยม): มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยลดความต้านทานการหมุน จึงช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่ายางรถยนต์ทั่วไป เกาะถนนได้ดีเยี่ยม ทั้งบนถนนแห้งและเปียก ยืดอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสำหรับรถอีโคคาร์ และรถซีดานทั่วไป
● TURANZA Series (ยางสายพรีเมียม นุ่มสบาย ลดเสียงรบกวน): ยางรถยนต์ที่พัฒนาเพื่อมอบความนุ่มสบายและลดเสียงรบกวน โดดเด่นเรื่องการซับแรงกระแทก ลดเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร และยึดเกาะถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ เหมาะสำหรับรถซีดานขนาดกลาง และรถยนต์พรีเมียม
● POTENZA Series (สายสปอร์ต ขับขี่สนุก ตอบสนองแม่นยำ): ออกแบบมาเพื่อผู้ที่รักความเร็ว และการควบคุมที่เหนือชั้น โครงสร้างยางรถยนต์แบบสปอร์ต ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ มั่นใจได้ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
● ALENZA Series (สำหรับรถ SUV และ Crossover ระดับพรีเมียม): ยางที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์รถ SUV และ Crossover โดยเน้นความนุ่มสบายและความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมมอบสมรรถนะที่เหมาะกับการใช้งานของรถกลุ่มพรีเมียม
● DURAVIS Series (สำหรับรถกระบะและรถตู้): ยางที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ รองรับการบรรทุกน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อการสึกหรอ เหมาะกับรถกระบะบรรทุกของ หรือรถตู้ขนส่ง
● EV-Ready (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า): มียางหลากหลายรุ่นที่รองรับการใช้งานกับรถ EV เช่น POTENZA SPORT EVO, TURANZA 6, ECOPIA EP300, ECOPIA EP150 และ ALENZA 001 เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับประเภทรถ และลักษณะการใช้งานได้อย่างลงตัว

ชวนรู้ เติมลมยางมากไปหรือน้อยไป จะส่งผลอย่างไรกับรถ ?
การเติมลมยางให้ได้ตามค่ามาตรฐาน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเติมลมยางมากเกินไป หรืออ่อนเกินไป อาจส่งผลต่อทั้งสมรรถนะการขับขี่ อายุการใช้งานของยาง และความปลอดภัยบนท้องถนน ดังนี้
● เติมลมน้อยเกินไป ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น
หากรถยนต์ถูกเติมลมยางน้อยเกินไป ทำให้รถตอบสนองช้า หรือเฉื่อยเมื่อเลี้ยวเข้าโค้ง ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ยางรถยนต์บิดงอ ส่งผลให้เกิดการสะสมความร้อน นอกจากนี้ ยังเป็นสาเหตุให้อายุของดอกยางลดลง ส่งผลให้อายุการใช้งานของยางรถยนต์สั้นลงตามไปด้วย
● เติมลมมากเกินไป เสี่ยงยางสึกไม่สม่ำเสมอ
การเติมลมยางมากเกินไป หรือแข็งเกินไป ยางรถยนต์จะสัมผัสถนนน้อยลง ทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนลดลงตามไปด้วย อีกทั้งการขับขี่ยังแข็งกระด้าง และรู้สึกถึงแรงกระแทกที่แรงกว่าปกติ ทำให้ช่วงล่างของรถยนต์เกิดการสึกหรอ ทั้งนี้ หากต้องการเติมลมยางด้วยตัวเอง สามารถดูวิธีการเติมลมยางที่ถูกต้อง เพื่อให้การขับขี่ในแต่ละวันเต็มไปด้วยความปลอดภัย และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเติมลมยางรถยนต์
● รถยนต์แต่ละประเภท ควรเติมลมยางเท่ากันหรือไม่?
ไม่เท่ากัน เนื่องจาก รถแต่ละประเภทมีน้ำหนักตัวรถ ขนาดยาง และลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน จึงควรเติมลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ โดยตรวจสอบได้จากคู่มือรถ หรือสติกเกอร์บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ
● ค่า PSI ของลมยางคืออะไร?
PSI (Pounds per Square Inch) คือ หน่วยวัดแรงดันลมยาง ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จะกำหนดค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสม สำหรับล้อหน้า และล้อหลังไว้ เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพในการขับขี่ และยึดเกาะถนนได้ดี
● ควรตรวจเช็กลมยางบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง เพื่อให้รถพร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง
สรุป ยางรถยนต์แต่ละประเภท ควรเติมลมเท่าไหร่
การเติมลมยางรถยนต์ให้เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ยืดอายุการใช้งานของยาง และเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยรถยนต์แต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถอีโคคาร์ รถซีดาน รถ SUV หรือรถกระบะ ล้วนมีค่าแรงดันลมยาง (PSI) ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรดูจากคู่มือรถ หรือสติกเกอร์บริเวณประตูฝั่งคนขับเป็นหลัก
นอกจากนี้ การเติมลมยางมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ยังส่งผลเสียต่อทั้งการยึดเกาะถนน การสึกหรอของยาง การสิ้นเปลืองน้ำมัน และความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย ดังนั้น แนะนำให้ตรวจเช็กลมยางเป็นประจำ และเติมลมให้เหมาะสมกับประเภทของรถ และลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ยางทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเปลี่ยนยางใหม่ BRIDGESTONE มียางให้เลือกหลากหลายรุ่น ตามความต้องการของผู้ขับขี่ หากสนใจสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: BRIDGESTONE Thailand
Call center: 1369
Website: www.bridgestone.co.th
Shopee: Cockpit Official Store