ยางรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ความรู้เรื่องยาง | คุยกันเรื่องยาง

เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายคนมักให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ ระยะทางการขับขี่ หรือระบบการชาร์จ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ยางรถยนต์”  ซึ่งปัจจุบัน ยางรถยนต์ถูกพัฒนาให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์สันดาป

โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีลักษณะการใช้งานเฉพาะ เช่น น้ำหนักตัวรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ และแรงบิดที่มาอย่างรวดเร็วจากมอเตอร์ไฟฟ้า และความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ดังนั้นการเลือกยางที่เหมาะสม จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และระยะทางในการขับขี่ได้อย่างชัดเจน

ดังนั้น ในบทความนี้ BRIDGESTONE จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติยางที่เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

ยางรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควรมีลักษณะ และคุณสมบัติอย่างไร ?

แม้ยางรถยนต์ จะมีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน แต่การใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้ามีความเฉพาะตัว เช่น น้ำหนักที่มากขึ้น แรงบิดที่มาอย่างรวดเร็ว การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เงียบกว่าเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ดังนั้น ยางรถยนต์ไฟฟ้าจึงควรถูกออกแบบให้รองรับปัจจัยเหล่านี้ ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

1. รองรับน้ำหนักรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจาก รถยนต์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ ส่งผลให้น้ำหนักโดยรวมมากขึ้น ยางที่เหมาะกับการใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า มักถูกออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง ทั้งในส่วนแก้มยาง และหน้ายาง เพื่อเพิ่มความมั่นคง และความปลอดภัยในทุกสภาพถนน

2. ออกแบบเพื่อรองรับแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้า สามารถส่งแรงบิดได้ทันที เมื่อเหยียบคันเร่ง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ฉะนั้น การออกแบบลายดอกยาง และคุณสมบัติของเนื้อยาง จึงมีความสำคัญในการยึดเกาะถนน ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก เพื่อให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมั่นใจ และช่วยลดการสึกหรอของยางในระยะยาว

3. ช่วยลดเสียงรบกวน

ด้วยความที่รถยนต์ไฟฟ้ามีการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เงียบกว่าเครื่องยนต์ เสียงรบกวนจากการสัมผัสระหว่างยางกับพื้นถนนจึงได้ยินชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยางที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานบนรถยนต์ไฟฟ้า จึงมุ่งเน้นการลดเสียงรบกวน ผ่านการออกแบบลายดอกยาง 

4. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ระยะทางต่อการชาร์จ (Driving Range) คือหัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า ยางที่มีแรงต้านทานการหมุนต่ำ จะช่วยให้รถใช้พลังงานน้อยลง วิ่งได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดังนั้น ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจึงถูกออกแบบ ให้คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานและการยึดเกาะถนน เพื่อให้การขับขี่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในปัจจุบัน ยางรถยนต์จาก BRIDGESTONE หลายรุ่นถูกออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งรถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของผู้ขับขี่

ยางบางรุ่นยังถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมคุณสมบัติเด่น เช่น แรงต้านทานการหมุนต่ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งช่วยลดเสียงรบกวน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่

แนะนำรุ่นยาง BRIDGESTONE ที่เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่า ยางรถยนต์ไฟฟ้าแบบไหนที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของตัวเอง เราขอแนะนำยาง BRIDGESTONE ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมตัวเลือกที่เหมาะกับแต่ละสไตล์การขับขี่ ดังนี้

สายสปอร์ต ขับสนุก ตอบสนองไว

  • ▶ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005: โดดเด่นด้านการยึดเกาะและการควบคุมที่แม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ชื่นชอบสไตล์การขับขี่แบบสปอร์ต
  • ▶ BRIDGESTONE POTENZA SPORT: ยางสมรรถนะสูงที่มอบการยึดเกาะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม รองรับการขับขี่ที่ต้องการความมั่นใจสูง รวมถึงการตอบสนองต่อแรงบิดที่รวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้าสายพรีเมียม นุ่ม เงียบ สบาย
  • ▶ BRIDGESTONE TURANZA 6: โดดเด่นด้านความเงียบและความนุ่มนวลในการขับขี่ มอบความสบายในทุกการเดินทาง เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับความเงียบภายในห้องโดยสาร
  • ▶ BRIDGESTONE ALENZA 001: ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถ SUV ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และควบคุมได้อย่างมั่นใจ รองรับน้ำหนักตัวรถได้ดี เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV สายประหยัด วิ่งไกลต่อการชาร์จ
  • ▶ BRIDGESTONE ECOPIA EP150: โดดเด่นด้วยแรงต้านทานการหมุนต่ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • ▶ BRIDGESTONE ECOPIA EP300: พัฒนาเพื่อการประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จ เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง
  • ▶ BRIDGESTONE ECOPIA H/L001: ออกแบบมาสำหรับรถ SUV ให้ความทนทาน รองรับน้ำหนักตัวรถได้ดี พร้อมมอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV

อ่านเพิ่มเติม: เช็กรุ่นยาง BRIDGESTONE ที่เหมาะกับรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของคุณ

แชร์ 4 วิธีดูแลยางรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างถูกต้อง

รถยนต์ไฟฟ้า มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่หากดูแลไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้ยางสึกเร็ว เสียงดัง และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น ดังนั้น วิธีการดูแลยางรถยนต์ไฟฟ้า อย่างถูกต้องมี 4 วิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1. เช็กแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ

รถยนต์ไฟฟ้ามีน้ำหนักแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก หากแรงดันลมยาง ไม่เหมาะสมจะทำให้ยางสึกหรอ ผิดปกติ และเพิ่มการใช้พลังงาน ดังนั้น ควรตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือก่อนเดินทางไกล และเติมตามค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด

2. สลับยางทุก 10,000 กิโลเมตร

น้ำหนักของแบตเตอรี่และแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลต่ออัตราการสึกของยาง โดยเฉพาะล้อขับเคลื่อน ดังนั้น ควรสลับยางทุก 10,000 กิโลเมตร เพื่อยืดอายุการใช้งาน และช่วยให้การยึดเกาะถนนสม่ำเสมอ

3. ตั้งศูนย์ล้อ และเช็กช่วงล่างให้ดี

หากรถมีอาการพวงมาลัยสั่น รถกินซ้ายหรือขวา ควรตั้งศูนย์ล้อทันที เพราะน้ำหนักรถที่มากกว่าปกติ อาจทำให้มุมล้อคลาดเคลื่อนง่าย การตั้งศูนย์ที่ถูกต้อง จะช่วยลดการสึกหรอผิดปกติของยาง และทำให้ขับขี่ปลอดภัยขึ้น

4. เลือกยางที่เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า

ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามักถูกออกแบบให้รองรับน้ำหนักมาก ลดเสียงรบกวน และลดแรงต้านทานการหมุน เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และยืดระยะทางการขับขี่ ดังนั้น จึงควรเลือกขนาด และสเปกตามที่ผู้ผลิตยางรถยนต์แนะนำ

หากคุณกำลังมองหายางที่เหมาะสำหรับการใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่าลืมนึกถึงยาง BRIDGESTONE ยางคุณภาพที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์การขับขี่ของรถยนต์ยุคใหม่ โดดเด่นด้วยโครงสร้าง ที่แข็งแรงรองรับน้ำหนักของรถยนต์ไฟฟ้า และแรงบิดที่สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมอบความมั่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า

อีกทั้งยังคำนึงถึงความนุ่ม และความเงียบขณะขับขี่ ทำให้ยางรถยนต์ BRIDGESTONE เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ หากสนใจ สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: BRIDGESTONE Thailand 

Call center: 1369

Website: www.bridgestone.co.th

Shopee: Cockpit Official Store