ทริคเติมลมยางรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน รู้ก่อนขับปลอดภัยกว่า

ความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ใช้รถยนต์

การเติมลมยางรถยนต์ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ลมยาง” คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งอัตราการใช้น้ำมัน ความปลอดภัยในการขับขี่ และอายุการใช้งานของยางรถยนต์ 

บทความนี้ บริดจสโตน ผู้นำด้านนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการเติมลมยางรถยนต์ให้ถูกวิธี ไปจนถึงการเติมลมตามค่ามาตรฐาน PSI (Pounds per Square Inch) เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

ลมยางมีกี่แบบ ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

“ลมยาง” เป็นองค์ประกอบสำคัญของ ยางรถยนต์ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากไม่มีลมยาง ยางรถยนต์จะไม่สามารถรองรับน้ำหนักหรือใช้งานบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไป ลมยางรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ลมยางธรรมดา และลมยางไนโตรเจน ซึ่งแต่ละแบบมีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกัน ดังนี้

✦ ลมยางธรรมดา

ลมยางธรรมดา เป็นลมที่ใช้เติมยางรถยนต์ทั่วไป โดยประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจนประมาณ 78% และออกซิเจนประมาณ 21% รวมถึงไอน้ำและก๊าซอื่น ๆ เล็กน้อย แต่เนื่องจาก โมเลกุลของออกซิเจนมีขนาดเล็กกว่าไนโตรเจน จึงสามารถซึมผ่านเนื้อยางได้ง่ายกว่า ทำให้ผู้ขับขี่ควรหมั่นตรวจเช็กลมยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการขับขี่และความปลอดภัย

ข้อดีของลมยางธรรมดา

- สามารถเติมลมยางได้ง่ายตามปั๊มน้ำมันหรือศูนย์บริการทั่วไป
- มีค่าใช้จ่ายต่ำ หรือไม่มีค่าใช้จ่าย
- เหมาะสำหรับการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน

ข้อเสียของลมยางธรรมดา

- แรงดันลมลดลงได้เร็วกว่าลมยางไนโตรเจน
- อาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิและความชื้นได้ง่าย
- ต้องตรวจเช็กลมยางบ่อยครั้ง เพื่อคงประสิทธิภาพของยางรถยนต์

✦ ลมยางไนโตรเจน

ลมยางไนโตรเจน เป็นลมที่ใช้เติมยางรถยนต์ โดยประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจนและมีความชื้นปะปนน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ด้วยคุณสมบัติของไนโตรเจนที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่และมีความเสถียรสูง จึงทำให้แรงดันลมภายในยางคงที่ได้ดีกว่า ลดโอกาสการรั่วซึมของลม และช่วยให้ยางรถยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อดีของลมยางไนโตรเจน

- แรงดันลมคงที่ได้นานกว่าลมยางธรรมดา ช่วยลดการเติมลมบ่อย
- ลดการรั่วซึมของลม เนื่องจากโมเลกุลมีขนาดใหญ่กว่า
- มีความชื้นต่ำ ช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมภายในกระทะล้อ
- ลดความร้อนสะสมขณะขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยในทุกเส้นทาง
- ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์

ข้อเสียของลมยางไนโตรเจน

- มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเติมลมยางธรรมดา
- จุดบริการเติมลมไนโตรเจนมีจำกัด ไม่สะดวกเท่าลมยางทั่วไป
- หากแรงดันลมลดลง ไม่สามารถเติมลมทั่วไปผสมได้ทันที (ควรเติมไนโตรเจนเพื่อคงประสิทธิภาพ)
- สำหรับการใช้งานทั่วไป อาจไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนเมื่อเทียบกับลมยางธรรมดา

ข้อควรรู้ ! ควรเติมลมยางเท่าไหร่ ให้ประหยัดน้ำมัน ขับขี่ปลอดภัย

การเติมลมยางรถ จะมีมาตรฐานค่าแรงดันลมยาง (PSI) กำหนดไว้อยู่แล้ว โดยผู้ขับขี่สามารถอ่านได้จากคู่มือการใช้งานรถยนต์ หรือสติกเกอร์ที่ติดอยู่ตรงขอบประตูรถยนต์ฝั่งคนขับ หรือบริเวณฝาถังน้ำมัน

แนะนำ ขั้นตอนการเติมลมยางรถยนต์ ฉบับเข้าใจง่าย มือใหม่ทำตามได้

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า การเติมลมยางรถที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นหนึ่งในวิธีบำรุงรักษายางรถยนต์ เพราะยางที่มีแรงดันลมที่เหมาะสม จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ โดยวิธีการเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกต้อง มีดังนี้

✦ เตรียมอุปกรณ์

ก่อนที่จะเริ่มเติมลมยางรถยนต์ ควรเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น

- เกจวัดแรงดันลมยาง เพื่อตรวจสอบแรงดันลมยาง
- ปั๊มลม โดยสามารถใช้สถานที่บริการน้ำมัน หรือปั๊มลมพกพา
- คู่มือการใช้รถยนต์ เพื่อหาค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสม

✦ หาค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสม

ค่าแรงดันลมยาง จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ขนาดยาง น้ำหนักบรรทุกของรถยนต์ ดังนั้น ควรดูค่าแรงดันลมยางจากคู่มือการใช้งานรถยนต์ ซึ่งจะเก็บอยู่ที่ช่องเก็บของด้านหน้ารถ บริเวณสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ หรือบริเวณฝาถังน้ำมัน นอกจากนี้ ก่อนที่จะเริ่มเติมลมยาง ลองสังเกตที่หน้าจอเครื่องเติมลมก่อนว่า ค่าแรงดันลมใช่ค่าที่ต้องการเติมหรือเปล่า หากยังไม่ใช่ควรปรับให้ถูกต้อง

✦ เติมลมยางใหม่จนได้ค่าที่ต้องการ

หมุนจุกยางออก แล้วนำหัวจ่ายกดลงไปตรงกลาง หากกดแล้วได้ยินเสียง “ฟี่” ตลอดเวลาเติมลม แสดงว่ากดหัวจ่ายลงไปผิดจุด ควรยกขึ้นแล้วกดลงไปใหม่ เมื่อเติมจนถึงจุด PSI แล้ว เครื่องจะส่งสัญญาณ “ปี๊บ ๆ” ให้คลายแรงที่กดลง แล้วเติมล้อต่อไปได้เลย

✦ ปิดจุกยางให้เรียบร้อย

เมื่อเติมลมยางเสร็จแล้ว ให้ปิดจุกยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ลมรั่วไหลออกมา โดยหมุนตามเข็มนาฬิกาให้แน่นพอดีด้วยมือ แต่ไม่ควรหมุนแน่นจนเกินไป เพราะอาจจะติดแน่นจนถอดไม่ออกในครั้งถัดไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเติมลมยางให้ และกำลังมองหายางรถยนต์ ที่เหมาะสมกับรถของคุณ อย่าลืมนึกถึง BRIDGESTONE ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตยางรถยนต์ เราให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้า ด้วยมาตรฐานสากล เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับคุณ

เจาะลึก ข้อเสียจากการเติมลมยางรถมาก หรือน้อยเกินไป

เชื่อว่าหลายคนคงไม่แน่ใจว่า ควรเติมลมยางรถมาก หรือน้อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม เนื่องจาก แรงดันลมยางที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อความนุ่มนวลในการขับขี่ การยึดเกาะถนน และการประหยัดน้ำมัน ซึ่งการเดิมยางแต่ละแบบ ต่างก็มีผลกระทบที่แตกต่างกัน ดังนี้

✦ กรณีเติมลมยางมากเกินไป

- หน้ายางจะป่องตรงกลาง ทำให้พื้นสัมผัสระหว่างยางกับถนนลดลง ส่งผลให้การยึดเกาะถนนลดลง
- ประสิทธิภาพการเบรกลดลง เสี่ยงต่อการลื่นไถล
- การขับขี่ไม่นุ่มนวล ทำให้รถสั่นสะเทือนจากแรงกระแทก โดยเฉพาะเมื่อขับด้วยความเร็วสูง
- ดอกยางสึกหรอเร็วกว่าปกติ ตรงบริเวณหน้ายาง

✦ กรณีเติมลมยางน้อยเกินไป

- ยางรถยนต์มีโอกาสเสียดสีกับพื้นถนนมากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น
- ควบคุมรถได้ยากขึ้น เนื่องจากมียางความอ่อนตัวมากเกินไป
- ยางรถเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด ตรงบริเวณไหล่ยาง

ไขคำตอบ ! ดูแลยางรถยนต์อย่างไรให้ใช้งานได้นาน ไม่เสื่อมสภาพไว

การเติมลมยางให้ถูกวิธี และดูแลยางรถยนต์ มีส่วนช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยข้อสำคัญในการดูแลยางรถยนต์ที่ควรทำ มีดังนี้

✦ ตรวจเช็กลมยางเป็นประจำ

ควรตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำทุก 15 วัน หรืออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือก่อนออกเดินทางไกล เพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณพร้อมเดินทาง พร้อมกับเติมลมตามค่ามาตรฐานที่กำหนด

✦ สลับยาง

การสลับยาง คือ การเปลี่ยนให้ยางไปอยู่ตำแหน่งอื่น เพื่อให้เกิดการเสื่อมของดอกยางสม่ำเสมอกัน โดยปกติแล้วควรหมุนสลับยางทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร

✦ ตั้งศูนย์ล้อ

อีกหนึ่งวิธีการดูแลยางรถยนต์ที่ควรทำ คือ การตั้งศูนย์ล้อทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน หรือ สลับยางใหม่ หรือมีอาการผิดปกติ เช่น พวงมาลัยสั่น หรือรถวิ่งไม่ตรง

✦ ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์

นอกจากนี้ ควรไปตรวจสภาพรถยนต์ และยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้เช็กสภาพดอกยาง รวมถึงตรวจดูสิ่งแปลกปลอมอย่างละเอียด หากพบว่าดอกยางสึกจนถึงสะพานยาง หรือมีเศษหิน ตะปู หรือเศษแก้วสะสมในร่องยางจะได้ทำการเปลี่ยนในทันที

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ เทคนิคเติมลมยางให้ประหยัดน้ำมัน จะเห็นได้ว่าการเติมลมยางให้เหมาะสม ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดน้ำมัน การยึดเกาะถนน ระยะเบรก และอายุการใช้งานของยางรถยนต์ 

โดยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาค่าแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ตามที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด พร้อมกับตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหายางสึกผิดปกติ ลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน และเพิ่มความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

หากต้องการให้รถของคุณขับขี่ได้เต็มสมรรถนะ นอกจากการเติมลมยางให้เหมาะสมแล้ว การเลือกใช้ยางรถยนต์คุณภาพสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม บริดจสโตน ผู้นำด้านนวัตกรรมยางรถยนต์ พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน หากสนใจสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: BRIDGESTONE Thailand

Call center: 1369

Website: www.bridgestone.co.th  

Shopee: Cockpit Official Store