ใช้รถทุกวันต้องอ่าน วิธีดูว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์หรือยัง

ความรู้เรื่องยาง | คุยกันเรื่องยาง

การใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน หลายคนมักสตาร์ตรถแล้วออกขับทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบสภาพรถมากนัก ซึ่งโดยทั่วไปหากตัวรถมีปัญหา ระบบต่าง ๆ มักจะแสดงสัญญาณเตือนผ่านหน้าปัดให้เห็นชัดเจน แต่สำหรับ “ยางรถยนต์” นั้นแตกต่างออกไป เพราะมักเริ่มเสื่อมสภาพจากสัญญาณเล็ก ๆ หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้รถทุกวัน ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจเรื่องการดูแลรถยนต์ได้ครบทุกด้าน ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้ตรวจสอบยางรถยนต์ ในบทความนี้ BRIDGESTONE ขอแนะนำวิธีสังเกตว่า ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์หรือยัง เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

เช็กด่วน! 7 สัญญาณบอกว่าควรเปลี่ยนยางรถยนต์ได้แล้ว

หลายคนอาจมองข้ามเรื่องสำคัญ เกี่ยวกับ “ยางรถยนต์” เพราะคิดว่ายังใช้งานมาได้ไม่นาน หรือเพิ่งเปลี่ยนมาไม่กี่ปีจึงไม่น่ามีปัญหา แต่ในความเป็นจริงยางรถยนต์ โดยเฉพาะรถที่ใช้งานทุกวัน อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คิด หากไม่สังเกตให้ดี อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้ ซึ่งสัญญาณเตือนของรถยนต์เมื่อเสื่อมสภาพ หากพบอาการต่อไปนี้ ควรพิจารณาเปลี่ยนยางรถยนต์ทันที

1.ดอกยางสึกหรอ

วิธีสังเกตพื้นฐานที่คนใช้รถทุกคนควรรู้ คือการดูความลึกของร่องดอกยาง ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกได้ชัดเจนว่ายางยังใช้งานได้หรือไม่ ให้สังเกตตำแหน่ง “สะพานยาง” ที่อยู่ในร่องดอกยาง หากดอกยางสึกจนมีระดับเท่ากับสะพานยางที่อยู่ในร่องดอกยางแล้ว ควรเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะอาจทำให้รถลื่นไถล โดยเฉพาะเวลาถนนเปียก

2.ระยะทางในการเบรกเพิ่มขึ้น

ผู้ที่ขับรถเป็นประจำ มักจะพอจำความรู้สึกของระยะเบรกได้ หากเริ่มรู้สึกว่ารถหยุดช้าลงกว่าปกติ หรือระยะเบรกยาวขึ้น อาจไม่ได้เกิดจากระบบเบรกเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับสภาพยางที่เริ่มเสื่อม ควรนำรถไปตรวจเช็กเพื่อความมั่นใจ

3.แก้มยางเริ่มมีรอยแตก หรือบวม

หากดอกยางสึกเล็กน้อย ยังสามารถใช้งานต่อได้ในระยะหนึ่ง แต่ถ้าพบว่า แก้มยางมีรอยแตก รอยปริ หรือบวมออกมา ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย เพราะไม่สามารถซ่อมได้ และเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง ควรเปลี่ยนทันทีแม้ดอกยางยังเหลืออยู่

4.ได้ยินเสียงยางบดถนนดังกว่าปกติ

แม้บางคนจะใช้รถทุกวันแต่ไม่ได้ขับทางไกล จึงคิดว่ายางยังอยู่ในสภาพดี แต่หากเริ่มได้ยินเสียงยางเสียดสีกับถนนดังผิดปกติ หรือรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่า ยางเริ่มเสื่อมสภาพ ควรนำรถไปตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

5.รถดึงซ้าย หรือขวาขณะขับ

หากขับรถในทางตรงแล้วรู้สึกว่า รถมีอาการดึงไปด้านซ้ายหรือขวา ทั้งที่จับพวงมาลัยตรง อาจเป็นสัญญาณว่ายางสึกไม่เท่ากัน หรือโครงสร้างยางเริ่มผิดปกติ ควรตรวจเช็กทันที เพราะอาจส่งผลต่อการควบคุมรถ

6.เติมลมยางบ่อยผิดปกติ

หากต้องเติมลมยางบ่อยกว่าปกติ อาจเกิดจากยางรถยนต์เริ่มเสื่อม มีรอยรั่วเล็ก ๆ หรือโครงสร้างยางเสียหาย ควรตรวจสอบทันทีเพื่อป้องกันปัญหาระหว่างการขับขี่

7.เจอรอยบาดลึก หรือวัตถุฝังในยาง

หากพบว่าหน้ายางมีรอยบาดลึก หรือมีตะปูและเศษโลหะฝังอยู่ ควรรีบตรวจเช็กทันที เพราะอาจทำให้ยางเสียหายภายใน และเสี่ยงต่อการรั่วหรือระเบิดได้ ทุก 10,000 กิโลเมตร ควรเข้าไปสลับยาง เพื่อให้ดอกยางสึกเสมอกันทั้งสี่เส้น ช่วยยืดอายุการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นการตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ไปในตัวอีกด้วย

สำหรับใครที่ได้ลองเช็กลิสต์สัญญาณเตือนต่าง ๆ แล้ว และกำลังมองหาตัวเลือกยางรถยนต์คุณภาพดี ขอแนะนำ BRIDGESTONE แบรนด์ยางระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ขับขี่ทั่วโลก ตอบโจทย์สมรรถนะการขับขี่ในทุกสถานการณ์ 

ไม่ว่าจะเป็น ทางตรง ทางโค้ง หรือสภาพถนนที่แตกต่างกัน โดยยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งในจังหวะการเบรก และการเร่งความเร็ว ช่วยขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง

ทำไมการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ ถึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ?

การใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน ยางรถยนต์ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญ ที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องปกติที่ยางจะเกิดการสึกหรอเมื่อใช้งานไปนาน ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของการเปลี่ยนยางตามระยะเวลา ทั้งที่จริงแล้วการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่สามารถส่งผลต่อการขับขี่ในหลายด้าน ดังนี้

● ด้านความปลอดภัย

ทุก ๆ ครั้งประสิทธิภาพของยางเริ่มลดลง ความเสี่ยงในการขับขี่ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะยางที่เสื่อมสภาพอาจส่งผลต่อระยะเบรก การยึดเกาะถนน และการควบคุมรถ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหรือถนนลื่น ดังนั้น การลงทุนเปลี่ยนยางคุณภาพดีในเวลาที่เหมาะสม จึงช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ และคุ้มค่ากว่าการต้องเสียค่าซ่อมรถ หรือค่าความเสียหายหลังเกิดเหตุไม่คาดคิด

● ด้านการขับขี่

การเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อยางเริ่มเสื่อม ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่ได้ดีขึ้น ยางรุ่นใหม่ ๆ มักถูกพัฒนาให้มีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน ลดเสียงรบกวน และช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นใจมากขึ้น

● ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

แม้การเปลี่ยนยางรถใหม่ จะมีค่าใช้จ่ายในช่วงแรก แต่หากปล่อยให้ยางที่เสื่อมสภาพใช้งานต่อไป อาจทำให้ชิ้นส่วนอื่นของรถ เช่น ช่วงล่าง หรือระบบบังคับเลี้ยว สึกหรอเร็วขึ้น ส่งผลให้ต้องเสียค่าซ่อมบำรุงเพิ่มเติมในอนาคต

● ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ยางที่เสื่อสภาพ อาจทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น การเปลี่ยนยางใหม่ที่มีสภาพสมบูรณ์ จะช่วยให้รถวิ่งได้ไหลลื่นขึ้น และช่วยประหยัดน้ำมันในระยะยาว

สุดท้ายนี้ ไม่ควรรอให้ยางหมดสภาพ จนใช้งานไม่ได้แล้วค่อยเปลี่ยน เพราะค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางรถยนต์แม้จะอยู่ในหลักหมื่น แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจาก ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ช่วยป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนอื่นของรถ และช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาวได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทุกครั้งที่ออกเดินทาง

หากกำลังมองหา “ยางรถยนต์” คุณภาพดี ที่มั่นใจได้ในทุกการใช้งาน อย่าลืมนึกถึง BRIDGESTONE ซึ่งมียางหลากหลายซีรีส์ และหลายขนาดให้เลือก ครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถสปอร์ต ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ เพื่อให้คุณเลือกยางที่เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: BRIDGESTONE Thailand 

Call center: 1369

Website: www.bridgestone.co.th

Shopee: Cockpit Official Store