ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อไหร่ และต้องดูอะไรบ้าง?

ความรู้เรื่องยาง | คุยกันเรื่องยาง

คุณอาจจะเคยได้ยินบรรดาญาติ ๆ หรือเพื่อนของคุณบอกว่า ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนทุก ๆ  3 ปีหรือหลังจากที่ขับได้ระยะทาง 30,000 กิโลเมตร ถึงแม้เรื่องนี้จะดูมีเหตุผล แต่การเปลี่ยนยางตามอายุการใช้งานหรือระยะทางนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

การสึกหรอของยางขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ภูมิอากาศ สภาพถนนและสไตล์กับขับขี่รถยนต์ของผู้ใช้รถแต่ละคน ดังนั้นแทนที่เราจะเปลี่ยนยางตามอายุการใช้งานและระยะทาง เราควรจะดูจากความลึกของร่องดอกยางแทนจะดีที่สุด

เมื่อจะต้องเปลี่ยนยาง การเปลี่ยนยางพร้อมกันทั้ง 4 เส้นคือความคิดที่ดี เพราะคุณภาพยางที่แตกต่างกัน 4 ล้ออาจส่งผลให้เราไม่สามารถควบคุมรถได้ดีเท่าที่ควร และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่ได้ แต่ถ้าในกรณีที่สามารถเปลี่ยนยางได้เพียง 2 เส้นเท่านั้น ให้นำยางรถยนต์ใหม่ไปใส่ที่ล้อหลัง เพื่อการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพที่ดีขึ้น

 

ความลึกของดอกร่องยางคืออะไร 

ความลึกของร่องดอกยางคือ ค่าที่วัดได้จากจุดต่ำสุดของร่องดอกยางไปจนถึงผิวหน้ายาง 

แท้จริงแล้วนั้น ในช่วงที่มีแสงแดดและผิวถนนที่แห้ง ดอกยางเป็นตัวการ ลด ประสิทธิภาพในการขับขี่ เพราะว่าดอกยางจะลดพื้นที่ของยางในการสัมผัสกับผิวถนน แต่ในวันที่ท้องฟ้าไม่เป็นใจ สภาพอากาศที่มีฝนฟ้าคะนอง แถมยังต้องขับผ่านแอ่งน้ำบนผิวถนนที่ไม่รู้ว่าจะเจอตอนไหนอีก ดอกยางจะมีบทบาทสำคัญในการรีดน้ำออกจากหน้ายาง เพื่อให้ยางสามารถยึดเกาะถนนที่เปียกได้ดียิ่งขึ้น หากไม่มีดอกยางแล้ว  ความสามารถในการยึดเกาะถนนของรถยนต์ก็จะจำกัดอย่างยิ่ง ทำให้ยากต่อการหยุดรถ เลี้ยว เร่งความเร็ว หรือเข้าโค้ง

ถ้าดอกยางมีความลึกกว่า เช่น เป็นยางใหม่ ก็จะสามารถรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านทางร่องยางต่าง ๆ แต่ในขณะที่คุณขับรถ แรงเสียดทานกับพื้นถนนจะทำให้ยางสึกหรอ ความลึกของดอกยางลดลง ซึ่งส่งผลให้ยางลดประสิทธิภาพการรีดน้ำ

โดยการใช้ยางที่มีความลึกของร่องดอกยางต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการไถลบนพื้นเปียกหรือการเหินน้ำ

หากต้องการตรวจสอบว่า ความลึกของร่องดอกยางเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่แนะนำหรือไม่ ให้ใช้เครื่องวัดความลึกร่องดอกยางที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ชั้นนำทั่วไป หรือสังเกตได้จากแถบสะพานยางซึ่งเป็นตัวชี้วัดค่า 1.6 มิลลิเมตร หากดอกยางเริ่มสึกไปถึงส่วนสะพานยาง ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางใหม่แล้วล่ะ!

 

ความเสียหายของยางรูปแบบไหนที่ต้องได้รับการเปลี่ยนยางทันที 


ในบางสภาวะที่ยางของคุณได้รับความเสียหาย คุณอาจต้องเปลี่ยนยางก่อนกำหนดแม้ว่าลมยางจะไม่ได้รั่ว

ยางของคุณอาจได้รับความเสียหายจากสาเหตุหลายประการ และอาจก่อให้เกิดปัญหาได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว สำหรับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ปัญหายางเสียหายที่พบบ่อย ได้แก่ รอยฉีก รอยรั่วและรอยนูน

รอยฉีกหรือรอยรั่วอาจเกิดมาจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพถนนที่ไม่ดี ตัวถังรถที่ยื่นออกมาหรือโดนวัตถุแปลกปลอมที่มีความแหลมคมบนท้องถนนอย่างก้อนหินหรือเศษแก้ว หากยางฉีดขาดหรือรั่ว อาจทำให้สายไนลอนและโครงสร้างภายในของยางเสียหายได้

รอยนูนบนยางรถบ่งบอกถึงโครงสร้างภายในยางรถยนต์ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากการกระทบกับขอบถนน ตกหลุมบ่อหรือชนกับเกาะกลางถนนด้วยความเร็วสูงหรือขับผิดมุม ผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวทำให้โครงยางรับแรงกระแทกมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ลวดใยเหล็กเส้นฉีกขาดในที่สุด 

 

ควรเปลี่ยนยางเมื่อยางมีอายุกี่ปี 

แม้เราจะกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าการเปลี่ยนยางไม่สามารถใช้ระยะเวลามาเป็นตัวชี้วัดได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะหากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เช่น รถ off-peak car (OPC) ที่ห้ามใช้ในช่วงเวลาจราจรคับขัน (เช่น 7 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม) หรือจะเป็นรถคลาสสิกที่สะสมไว้

ยางจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ และเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อออกซิเจนทำปฏิกิริยากับสารประกอบในยาง ทำให้ยางแข็งตัวขึ้น และเกิดการเปราะบางตามอายุ ทั้งนี้ยกเว้นกรณีที่ยางของคุณไม่ได้ถูกใช้งาน และเก็บไว้ในที่แห้ง ห่างจากแสงแดดและความร้อน

เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนยางที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ถึงแม้ว่ายางเหล่านั้นจะยังดูสามารถใช้ได้ดีก็ตาม แต่เมื่อยางเหล่านี้เกิดความแข็ง และมีการเปราะ รวมถึงรอยแตกเล็ก ๆ ที่แทบมองไม่เห็นที่อาจเกิดขึ้นบริเวณดอกยางและแก้มยาง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนลดลงเป็นอย่างมาก 

 

ระบบ TPMS จะสามารถบอกได้ไหมว่า จะต้องเปลี่ยนยางเมื่อใด 

คุณอาจเคยได้ยินบางคนบอกว่า ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (TPMS) สามารถแจ้งเตือนเราให้เปลี่ยนยางใหม่ได้... แต่ไม่เป็นความจริงเลย 

จุดมุ่งหมายของระบบตรวจสอบความดันลมยางคือช่วยเตือนคุณ เมื่อลมยางรถของคุณต่ำกว่ากำหนด ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาพการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยได้ หากไฟ TPMS ติดสว่างขึ้นมา ก็หมายถึงระบบตรวจพบว่า ยางของคุณมีลมยางต่ำเกินไปหรือลมยางรั่วเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าคุณต้องเปลี่ยนยางรถใหม่แต่อย่างใด

 

หากคุณต้องการเปลี่ยนยางรถใหม่ ค้นหา ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตนที่ได้รับอนุญาตใกล้บ้านคุณ พร้อมกับช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

สำหรับบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม ไปที่ คลินิกยาง ของเรา แหล่งรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาง